จอร์เจีย

ทัวร์จอร์เจีย ปี 2563 เที่ยวจอร์เจียง่าย ไม่ง้อวีซ่า

ช่วงเวลาเดินทาง

ช่วงราคาเดินทาง

ประเภททัวร์

มีอยู่หนึ่งล้านเหตุผลที่ควรเลือกซื้อทัวร์กับ'ซีคทัวร์'

ซีคทัวร์ทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับการจองทัวร์ จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถซื้อทัวร์กับผู้ผลิตได้โดยตรง ประหยัด สะดวกและง่ายกว่าที่เคยเป็น

จองตรง

แพลตฟอร์มแห่งเดียวในไทย ที่คุณสามารถจองทัวร์ได้โดยตรงกับผู้ผลิตทัวร์ตัวจริง ไม่ต้องจองผ่านคนกลางอีกต่อไป

ปลอดภัย

สบายใจกว่าที่เคยเป็น ทุกบริษัท ผ่านการตรวจสอบคุณภาพถึงสามชั้น อาทิ ใบอนุญาติท่องเที่ยว สถานที่ตั้งบริษัท และรีวิวจากนักท่องเที่ยว

อุ่นใจ

กับผู้ช่วยการเดินทาง คอยดูแลลูกค้าของซีคทัวร์ ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ง่ายๆ ผ่านไลน์ อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์

#จอร์เจีย วิวสวยหลักล้าน ครบครันเรื่องธรรมชาติ 


เป็นอีกหนึ่งประเทศเนื้อหอม ที่นักท่องเที่ยวมาเยือนกันไม่ขาดสายตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ประเทศสุดขอบเอเชียแห่งนี้มีอะไร เราจะพามาไขข้อข้องใจกันค่ะ ว่าทำไมประเทศจอร์เจียถึงมาแรงแซงทุกโค้ง !!  วันนี้ Seektour ได้รวบรวม "ข้อมูลทั้งหมดควรรู้เกี่ยวกับจอร์เจีย"  ไว้ให้ท่านแล้ว โดยคัดสรรมา 3 หัวข้อเด็ดจากคำถามที่ลูกค้านิยมถามบ่อย ไปดูกันเลยจ้า 

--> " ทำไมต้องไปจอร์เจีย ?? "

--> " ไปจอร์เจียช่วงเดือนไหนดี ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ร่วง ?? "

--> 5 สถานที่ไฮไลท์ ที่ถ้าไปแล้วว ต้องห้ามพลาด !!



--> ทำไมต้องไปจอร์เจีย ??  5 เหตุผล ที่ทำไมใครๆก็ไปเที่ยว “จอร์เจีย” ?? 


เหตุผลที่ 1. คนไทยฟรีวีซ่านานถึง 365 วัน ! 


ไม่มีประเทศไหนใจดีได้เท่านี้อีกแล้วว..คนไทยสามารถไปเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa) และอยู่ในประเทศได้นานถึง 365 วัน ต่อครั้ง! รู้แบบนี้เตรียมแพ็คกระเป๋า  ถือพาสปอร์ต แล้วออกเดินทางกันเลยค่ะ 


เหตุผลที่ 2. วิวสวยหลักล้าน ครบครันเรื่องธรรมชาติ
.
ประเทศจอร์เจีย เป็นประเทศที่อยู่สุดขอบทวีปเอเชีย และอยู่ใกล้กับทวีปยุโรปมาก  จึงมีการผสมผสานวัฒนธรรมของ สองทวีปไว้ด้วยกัน เรียกได้ว่าบรรยากาศธรรมชาติแทบจะเหมือนยุโรปเลยก็ว่าไ ด้ มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งด้านสายศิลปะวัฒนธรรม และสายประวัติศาสตร์อย่างครบครัน มีสถาปัตยกรรมบ้านเรือนสุดคลาสสิค ก่อด้วยกำแพงอิฐ หลังคากระเบื้องสีแดง รายล้อมด้วยป้อมปราการ โบสถ์ วิหารอันเก่าแก่ แลดูมีมนต์ขลัง หรือจะออกไปนอกเมืองตามหาธรรมชาติ นั่งรถชมวิวบนเทือกเขาคอเคซัส ที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหน รับประกันได้เลยว่า ต้องออกมาสวยแพงแน่นอน
 

.

เหตุผลที่ 3. เมืองเก่าแก่ ลึกลับ น่าค้นหา
.
ประเทศจอร์เจียมีประวัติศาส ตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ในอดีตเคยเป็นเส้นทางสายไหม อันรุ่งเรือง เส้นทางสายวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าเชื่อมโยงกันระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเซีย ณ เทือกเขาคอเคซัส และเป็นหนึ่งในอดีตสหภาพโซเวียตที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ผ่านงานภาพยนตร์ จิตรกรรม และสถาปัตยกรรมต่างๆ รอบเมือง ว่ากันว่า ภาษาจอร์เจียเป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังคงมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันค่ะ
 

.

เหตุผลที่ 4. ค่าครองชีพไม่สูง
.
ค่าครองชีพไม่ได้แตกต่างจากกรุงเทพฯ บ้านเรามากนัก ค่าเงินของจอร์เจีย 1 ลารีจอร์เจีย (Georgian Lari) = 10.59 บาท ในไทยเรายังไม่มีร้านแลกเงินเปิดแลกสกุลเงินลารีจอร์เจียนะคะ ดังนั้นให้แลกเงิน US หรือเงิน Euro ไปแลกเป็นลารีที่ประเทศจอร์เจียอีกทีค่ะ
 

.

เหตุผลที่ 5. เที่ยวตามกระแส เทรนด์กำลังมา
.
และแน่นอนว่าใคร ๆ ก็ไม่อยากเช็คอินที่เที่ยวซ ้ำ ๆ กัน “จอร์เจีย” จึงเป็นคำตอบให้กับนักท่องเที่ยวที่ชอบความแปลกใหม่ เพราะเป็นประเทศที่มีความสงบ สถานที่ท่องเที่ยวและธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ไร้การปรุงแต่ง รวมไปถึงมีกระแสของการรีวิว ท่องเที่ยวจอร์เจียมากยิ่งขึ้นบนโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ  ยังไม่รวมถึงบริษัททัวร์ หรือ สายการบินต่างๆ ที่ส่งโปรโมชั่น แพ็กเกจ ราคาตั๋วกันมาอย่างพรึบพรับ จึงทำให้ตอนนี้เทรนด์การ
เที่่ยวประเทศนี้กำลังมาแรง ใครที่กำลังวางแพลนจะไปเที่ยวที่ไหน ลองเลือกจอร์เจียเป็นประเทศ เป้าหมายของคุณดูสักครั้งนะ คะ ไปแล้วจะตกหลุมรัก... 

.

.


2. เที่ยวจอร์เจียช่วงไหนดี ?   


  .

 --> จอร์เจีย ฤดูใบไม้ผลิ 
 มีนาคม-พฤษภาคมจอร์เจียช่วงไหนดี (พี่เบียร์) ช่วงนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 10-24 องศาเซลเซียสค่ะ เป็นฤดูที่คนไทยชอบมากที่สุด เพราะอากาศเย็นสบายในตอนกลางวัน หนาวตอนกลางคืน พระอาทิตย์ขึ้นและตกเวลาปกติ ตามภูเขาที่สูงยังมีหิมะขาวๆ ให้ได้เห็นกัน และยังไม่ใช่ฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกมาเที่ยวค่ะ ฤดูนี้ยังเล่นสกีได้ถึงช่วงเมษายนเลยค่ะ
 

.

--> จอร์เจีย ฤดูร้อน มิถุนายน-สิงหาคม  

  ช่วงนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 16-31 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกชอบเที่ยวหน้าร้อนค่ะ ดังนั้น ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดและเป็น High Season ของที่นี่ คนไทยอาจจะไม่ได้ชอบไปช่วงนี้ แต่ข้อดี  ของช่วงนี้ก็คือมีแสงสว่างนานมาก ตีสี่ถึงสามทุ่มมีแสงให้ถ่ายรูปทั้งวัน เป็นช่วงแสงสวยยาวกว่าฤดูอื่น

.

--> จอร์เจีย ฤดูใบไม้ร่วง กันยายน-พฤศจิกายน    

ช่วงนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 4-20 องศาเซลเซียส  ใบไม้เริ่มแห้งเพื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ช่วงนี้อากาศเย็นตอนกลางวัน และหนาวเลขตัวเดียวตอนกลางคืน คล้ายกับฤดูใบไม้ผลิ แล้วก็อาจจะไม่ได้เห็นหิมะ เพราะละลายไป หมดแล้วในช่วงฤดูร้อนค่ะ  แต่ยอดเขาสูงๆ เป็นหิมะถาวรทั้งปีนะคะ มีให้เห็นตลอดทั้งปีเลย

.

--> จอร์เจีย ฤดูหนาว ธันวาคม-กุมภาพันธ์  

อุณหภูมิอยู่ที่ -3 ถึง 8 องศาเซลเซียส จอร์เจียเป็นอีกจุดหมายปลายทางของคนเล่นสกีค่ะ ทำให้สกีรีสอร์ทนั้นเต็มไปหมด ข้อเสียของฤดูหนาวคือ ถ้าหิมะตกหนัก ก็จะใช้ชีวิตลำบาก กลางวันสั้นมาก เช้าเก้าโมง-ห้าโมงมืดแล้ว แต่ถ้าใครอยากเจอหิมะตก มาเล่นสกี หิมะขาวโพลน ก็มาช่วงนี้ค่ะ

.


3. สถานที่ไฮไลท์ 


5จุดเช็คอินจอร์เจีย !! ประเทศน้องใหม่มาแรง วิวสวิส แต่ราคาเหมือนเที่ยวเอเชีย บินดี แถมฟรีวีซ่า วันนี้ Seektour เลยรวบรวม สถานที่ต้องห้ามพลาด ไปทั้งทีต้องไปไหนบ้าง แต่ละที่มีประวัติความเป็นมายังไง ไปดูกันเลยจ้าา

.

ไฮไลท์ 1 : โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) : ความสวยงามของสถาปัตกรรมโบราณกลางเทือกเขาคอเคซัส เพื่อจะไปชมความสวยงามของโบสถ์นี้ เราจะต้องขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพื่อเข้าสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส (Caucasus) สำหรับโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 14 มีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา (Tsminda Sameba) ใครที่เคยได้ไปสัมผัสบอกเลยว่าเงียบ สงบและมีความมนขลัง อย่างไรก็ตามโบสถ์นี้จะไม่สามารถขึ้นได้ตลอดเวลา จะต้องดูสภาพอากาศเป็นหลัก เนื่องจากหนทางที่ขึ้นไปมีความสูงชัน (ในกรณีที่ถนนถูกปิดกั้นด้วยหิมะจะส่งผลกระทบต่อการเดินทาง เช็คสภาพอากาศในช่วงที่เราเดินทาง หรือปรึกษา Seektour ได้เลยจ้า)

.

.

ไฮไลท์ 2 : ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress) : ป้อมปราการเก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 16 – 17 ปัจจุบันยังคงมีซากกำแพงที่ล้อมรอบป้อมปราการ เปรียบเสมือนม่านที่ซ่อนเร้นความงดงามของโบสถ์ ทั้ง 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวเวอร์ ภายในมีหอคอยทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน หากมองจากมุมสูงของป้อมปราการนี้ลงมา จะมองทัศนียภาพที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำชินวารี (Zhinvali) ซึ่งงดงามจนประทับใจไม่รู้ลืม

.

.

ไฮไลท์ 3 : เมืองทบิลิซี่ 

เมืองทบิลิซี่หรือเรียกอีกชื่อนึงว่า เมืองพี่น้อง เป็นหนึ่งในไฮไลท์การท่องเที่ยวของจอร์เจีย มีสถาปัตยกรรมและเอกลักษณ์มากมาย เช่น เดอะ โครนิเคิล ออฟ จ อ ร์เ จีย (The Chronicle of Georgia) เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับอ่างเก็บน้ำทบิลิซี เป็นอนุสาวรีย์ที่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของจอร์เจีย ถูกสร้างขึ้นโดยจิตรกรประติมากรชาวจอร์เจียและชาวรัสเซีย ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 3000 ปีแห่งอำนาจอธิปไตยของจอร์เจียและ 2000 ปีแห่งศาสนาคริสต์ในและอีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาดสะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of peace) เป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจในเมืองทบิลิซีออกแบบโดย สถาปนิกชาวอิตาเลี่ยนชื่อ Michele De Lucchi สะพานมีความยาวที่ 150 เมตร ลักษณะการออกแบบร่วมสมัย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2010 โครงสร้างนั้นถูกออกแบบและสร้างที่ประเทศอิตาลีและนำเข้าส่วนประกอบโดยรถบรรทุกมากกว่า 200 คัน เพื่อเข้ามาติดตั้งในเมืองทบิลิซีที่ตั้งนั้นอยู่บนแม่น้ำมตควารี(Mtkvari River) สามารถมองเห็นได้หลายมุมจากในเมือง และยังมี illuminating ที่จะแสดงแสงสีจากไฟ LED

.

.

ไฮไลท์ 4 : ป้อมนาริคาล่า 

นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ป้ อมนาริคาล่า (Narikala Fortress) ชมป้อมปราการซึ่งเป็นป้อมโบราณ สร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์ เดวิด (ปีค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้ามายึดครองก็ได้เรียกชื่อ ป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา (Narin Qala) ซึ่งมีความหมายว่า ป้อมอันเล็ก (Little Fortress) ชมรูปปั้น Mother of a Georgia หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Kartlis Deda เป็นรูปปั้นหญิงสาวสูง 20 เมตรบนยอดเขาโซโลลากิ(Solo Laki Hill) ในนครทบิลิซีโดยรูปปั้นนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1958 เพื่อฉลองนครทบิลิซีอายุครบ 1,500 ปีและเป็นรูปปั้นที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและนิสัยของคนจอร์เจียได้เป็นอย่างดีมือข้างหนึ่งของรูปปั้นจะถือดาบ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งจะถือแก้วไวน์ซึ่งมีความหมายว่าหากใครที่มาเยือนจอร์เจียแบบศัตรูเธอจะใช้ดาบในมือขวาฟาดฟันให้แดดิ้น แต่หากใครที่มาเยือนอย่างมิตรไมตรีเธอจะต้อนรับด้วยไวน์ในมือซ้ายอย่างอบอุ่นและอิ่มหนำสำราญ

.

.

ไฮไลท์ 5 : ไร่ไวน์มูคาร์นี่ (Chateau Mukhrani) 

อีกหนึ่งสิ่งที่ขึ้นชื่อของจอร์เจียเลย คือ ไวน์ ถ้าคุณไปแล้วไม่ได้ไปลิ้มรส ดมกลิ่น เรียกได้ว่าไปไม่ถึง ! ไร่ไวน์มูคาร์นี่ เป็นสถานที่แห่งแรกและแห่งเดียวในจอร์เจียที่รวบรวมเอา ไร่องุ่น โรงกลั่นไวน์ ปราสาท และเรื่องราวประวัติศาสตร์การผลิตไวน์ก่อตั้งขึ้นโดย Ivane Mukhranbatoni ตัวแทนของราชวงศ์และผู้มีบทบาททางการเมืองของจอร์เจียในช่วงศตวรรษที่ 19 ในปี1876 เขากลับมาจากฝรั่งเศสพร้อม กับความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของการทำไวน์ และนับตั้งแต่นั้นมาประวัติศาสตร์ของการท าไวน์ของChâteau Mukhani ก็เริ่ม ท่านใดมาสามารถเข้าชมและซึมทรัพย์ประวัติศาสตร์การทำไวน์ที่มีอายุนับร้อยปี นอกจากนั้นแล้ว ท่านยังสามารถซื้อไวน์จากแหล่งผลิตได้ในราคาย่อมเยาอีกด้วย

.



รับข่าวสารโปรโมชั่นการท่องเที่ยว

ให้คุณอัพเดทส่วนลดสุดพิเศษก่อนใคร !!

Seektour Logo
ติดต่อ Seektour
Seektour Line Logo Seektour FB Logo Seektour Call to Us